รีสอร์ทและโฮมสเตย์ต่างกันยังไง ใครที่ชอบเที่ยวต้องรู้ไว้

ในปัจจุบัน สายท่องเที่ยวตามต่างจังหวัดท่ามกลางธรรมชาติ เริ่มมีมากขึ้นทุกวัน การเลือกสถานที่พักผ่อนก็มีส่วนสำคัญไม่น้อยสำหรับสายท่องเที่ยวนี้ เพื่อให้ตัวเราสามารถท่องเที่ยวท่ามกลางธรรมชาติได้อย่างครบสมบูรณ์ที่สุด แล้วระหว่างรีสอร์ทและโฮมสเตย์ ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนถึงจะเหมาะกับการท่องเที่ยวของเรากัน 

ความเป็นมาของรีสอร์ทและโฮมสเตย์

รีสอร์ท

คำว่า “รีสอร์ท” มาจากภาษาอังกฤษ “resort” ซึ่งมีความหมายเป็นที่พักผ่อนหรือสถานที่พักที่มีความหรูหรา และมักจะตั้งอยู่ในท้องถิ่นที่มีความสวยงามและมีธรรมชาติมากมาย เช่น ชายหาด ป่า ภูเขา หรือแม้แต่ในบริเวณทะเลในกรณีของรีสอร์ทริมชายหาด (beach resort)

เริ่มต้นในต้นปี 1900s รีสอร์ทมักเป็นที่พักผ่อนสำหรับคนรวยหรูหรา ที่มีบริการอำนวยความสะดวกครบวงจร รวมถึงการตอบสนองความต้องการในการกินและเล่น ในช่วงทศวรรษ 1920s – 1930s การท่องเที่ยวระดับกลางเริ่มสนใจรีสอร์ทมากขึ้น เมื่อคนในชั้นกลางได้มีโอกาสเดินทางมากขึ้น จนกระทั่งในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 การท่องเที่ยวระดับกลางกลายเป็นเรื่องปกติ และรีสอร์ทเริ่มแบ่งเป็นหลายประเภท เช่น รีสอร์ทที่ตั้งอยู่ริมชายหาด เรียงเตียงในธรรมชาติ รีสอร์ทแนวครอบครัว เป็นต้น

ในปัจจุบัน รีสอร์ทมีความหลากหลายและมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เข้าพักในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนสำหรับการพบปะส่วนตัว การสนุกเพลิดเพลินทางกีฬา การผจญภัยในธรรมชาติ หรือพักผ่อนกับครอบครัว รีสอร์ทยังคงเป็นสถานที่ที่งผู้คนเลือกในการพักผ่อนและสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลาย

โฮมสเตย์

คำว่า “โฮมสเตย์” มาจากภาษาอังกฤษ “homestay” ซึ่งมีความหมายเป็นการพักผ่อนที่สถานที่ของคนท้องถิ่น หรือบ้านของคนท้องถิ่นที่เปิดให้บริการพักผ่อนแก่นักท่องเที่ยว โดยผู้เข้าพักจะได้สัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบท้องถิ่นและได้รับการดูแลจากเจ้าของบ้าน ซึ่งทำให้เกิดความใกล้ชิดและเป็นกันเองกับชุมชนท้องถิ่น

โฮมสเตย์เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวที่ต้องการประสบการณ์การเข้าถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นและการใช้ชีวิตที่แตกต่างจากที่พักแบบโรงแรมและรีสอร์ททั่วไป โดยทั้งผู้เข้าพักและเจ้าของบ้านจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่อบอุ่นและเป็นธรรมชาติ โดยเจ้าของบ้านจะให้บริการพื้นที่พักและอาหารในบ้านเช่นเดียวกับการใช้ชีวิตประจำวัน นักท่องเที่ยวมีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับการประกอบอาชีพท้องถิ่น ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมท้องถิ่นในแง่ความเป็นจริง

โฮมสเตย์มีความหลากหลายตามท้องถิ่นและประเทศต่าง ๆ มีการเข้าร่วมโฮมสเตย์ทั้งในระดับชุมชนและองค์กรท่องเที่ยวเพื่อสนับสนุนการพัฒนาทางการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและการส่งเสริมความเป็นมาตราฐานในชุมชนท้องถิ่น เป็นต้น โดยทั่วไปแล้ว โฮมสเตย์เป็นแนวทางท่องเที่ยวที่เน้นความสมบูรณ์ระหว่างนักท่องเที่ยวและชุมชนท้องถิ่น และมีบทบาทที่สำคัญในการสร้างรายได้และช่องทางการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนในชุมชนท้องถิ่นด้วย

ความแตกต่างระหว่างรีสอร์ทและโฮมสเตย์

ขนาดพื้นที่และทำเลที่ตั้ง

โฮมสเตย์: ส่วนใหญ่จะเป็นบ้านพักขนาดเล็กถึงกลาง ที่เปิดให้เข้าพักและสัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตท้องถิ่น บางครั้งอาจเป็นห้องพักภายในบ้านของคนท้องถิ่นที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าพัก

รีสอร์ท: มักมีขนาดใหญ่กว่าโฮมสเตย์ มีห้องพักมากกว่าและมักจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการหลากหลาย เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ร้านอาหารและบาร์ บริการสปา กิจกรรมท่องเที่ยว เป็นต้น

ความส่วนตัว

โฮมสเตย์: เน้นความส่วนตัวและเป็นกันเองมากขึ้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวจะพักอยู่ในบ้านของคนท้องถิ่น และอาจมีโอกาสในการสื่อสารและแบ่งปันประสบการณ์กับเจ้าของบ้านและคนในชุมชน

รีสอร์ท: มักเน้นความสบายและบริการสะดวกสบาย นักท่องเที่ยวอาจได้รับการบริการที่มีความเป็นมาตราฐานสูงและความสะดวกสบาย แต่อาจไม่ได้สัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่นอย่างเข้มข้นเท่าที่โฮมสเตย์มี

ค่าใช้จ่าย

โฮมสเตย์: มักจะมีราคาที่เหมาะสมและคุ้มค่าต่อความส่วนตัวและประสบการณ์ท้องถิ่นที่ได้รับ

รีสอร์ท: มักมีราคาที่สูงกว่าเนื่องจากมีบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่า

สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการ

โฮมสเตย์: สิ่งอำนวยความสะดวกอาจจะมีความจำกัด แต่มักมีบริการที่ให้ความอบอุ่นและอนุรักษ์ความเป็นอยู่ของบ้าน

รีสอร์ท: มักมีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ร้านอาหาร บริการรับส่งจากสนามบิน บริการนวดและสปา เป็นต้น

สรุปก็คือ โฮมสเตย์มีลักษณะเน้นความส่วนตัวและประสบการณ์ท้องถิ่นที่สามารถสัมผัสได้เอง ในขณะที่รีสอร์ทมีขนาดใหญ่และมีสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงบริการแบบครบวงจร โดยการเลือกขึ้นอยู่กับความต้องการและความพึงพอใจของเราในการเลือกที่พักผ่อนของแบบไหน รมถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่เราต้องการจะไปนั่นเอง